ข่าวลิเวอร์พูล

เอ็คโค่ตัดคะแนน ‘หงส์แดง’ เกมถล่ม 7-0 สูงสุดมี 4 คน

“ลิเวอร์พูล เอ็คโค่” สื่อดังเมืองเมอร์ซีย์ไซด์ ตัดคะแนนแข้ง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในเกมที่บุกไปถล่ม มาริบอร์ ขาดลอย 7-0 ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเมื่อคืนนี้

โดย 7 ประตูที่หงส์แดงทำได้ประกอบด้วย โรแบร์โต เฟอร์มิโน 2 ลูก, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 2 ลูก, ฟิลิปเป คูตินโญ 1 ลูก, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 1 ลูก และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อีก 1 ลูก

โดยลิเวอร์พูล เอ็คโค่ ตัดคะแนนแข้งหงส์แดงดังต่อไปนี้

ลอริส คาริอุส (6/10) : โอกาสจะเซฟแทบจะน้อยนิด ส่วนใหญ่หงส์แดงเปิดเกมรุกยำใหญ่ข้างเดียว

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ (7/10) : เริ่มไม่ค่อยดีแต่ก็ปรับตัวได้ไว คอยช่วยเกมรุกขึ้นๆลงๆในตำแหน่งแบ็กขวา แถมยังยิงได้ 1 ลูกเป็นประตูปิดกล่องอีกต่างหาก

โจเอล มาติป (6/10) : ไม่ค่อยออกแรงมากนักในเกมนี้ เกมรุกของเจ้าบ้านมาไม่ค่อยถึงเลย

เดยัน ลอฟเรน (6/10) : เป็นอีกคนที่เล่นง่ายเหลือเกินในเกมนี้ เกมรุกของหงส์แดงจัดการครองบอลได้หมด

อัลแบร์โต โมเรโน (7/10) : เติมเกมรุกมันเลย และแอสซิสต์ในเกมนี้ให้ ซาลาห์ ยิงได้อีกด้วย

เจมส์ มิลเนอร์ (9/10) : ลงมาแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แต่กลับทำได้ดีเหลือเชื่อ ด้วยประสบการณ์ช่วยยกระดับแผงกลางของหงส์แดงจนโดดเด่นกว่าเจ้าบ้านอย่างสิ้นเชิง

เอ็มเร ชาน (7/10) : วันนี้เล่นบทมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอลแต่ก็ทำได้ดี จัดการเกมรุกของมาริบอร์ได้อยู่หมัด คอยสกรีนและเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างยอดเยี่ยม

จินี ไวจ์นัลดุม (7/10) : การถ่ายบอล เคลื่อนที่ไปกับบอลทำได้ดีและรวดเร็วจริงๆ ทำให้เกมรุกของหงส์แดงไหลลื่นอย่างกับสายน้ำ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (9/10) : โชว์ฟอร์มได้สะเด่าเหมือนเดิม แอสซิสต์ ให้เฟอร์มิโน เบิกร่องสกอร์แรกตั้งแต่ต้นเกม อีกทั้งจะมาลั่นตาข่าย 2 ลูกในครึ่งแรก

โรแบร์โต เฟอร์มิโน (9/10) : ยิงประตูแรกให้หงส์แดงออกนำตั้งแต่ไก่โห่ และยังมายิงประตู 5 ให้หงส์แดงอีกด้วย เล่นได้ดีจริงๆเกมนี้

ฟิลิปเป คูตินโญ (9/10) : ซัดประตูที่สอง เป็นคีย์แมนสำคัญของเกมรุก เป็นนักเตะที่สร้างความแตกต่างให้กับหงส์แดงตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

สำรอง

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน (7/10) : ลงมาแทน ซาลาห์ ในนาทีที่ 57 และยิงประตูเปิดซิงในสีเสื้อหงส์แดงได้ด้วย

ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ (6/10) : ลงมาแทน โรแบร์โต เฟอร์มิโน นาทีที่ 67 และแอสซิสต์ให้ ดิอ๊อกซ์ยิงประตูที่ 6 ให้กับทีม

โดมินิก โซลันเก (6/10) : ลงมาเล่นแทน ไวจ์นัลดุม นาทีที่ 76

Related posts

สุดๆไปเลย!!!ฟาน ไดจ์ค เผยโมเมนท์ขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ UCL

เอาเข้าไป! สื่อเผยชุดขาวเล็งดึง ‘JK’ คุมแทน ‘ซีดาน’

‘คล็อปป์’ แจงสาเหตุทำไมต้องเข้าแคมป์ซ้อมที่ออสเตรียต่อ แม้ต้องโดนกักตัวตอนกลับ